วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2552

ดูแลกระเป๋าเครื่องสำอางรับปีใหม่

รายงานโดย :วราภรณ์ ผูกพันธ์


กระเป๋าเครื่องสำอาง
ปี ใหม่เวียนมาบรรจบอีกปีแล้ว มาทำความสะอาดกระเป๋าเครื่องสำอางด้วยการกำจัดของเก่าและเติมเครื่องสำอาง ชิ้นใหม่ๆ ลงไปในกระเป๋าเครื่องสำอางกันเถอะ

ก็เหมือนกับการทำความ สะอาดบ้านครั้งใหญ่ประจำปีนั่นแหละ แต่คุณสุภาพสตรีก็อย่าลืมทำความสะอาดโต๊ะเครื่องสำอางด้วย เช่น พิจารณาว่าคุณเก็บสีที่ปัดแก้มไว้นานแค่ไหนแล้ว หรือเปิดใช้มาสคาราอันใหม่ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ แล้วยังอายไลเนอร์ที่จับตัวเป็นก้อนนั่นอีก สมควรจะทิ้งลงถังขยะได้หรือยัง ต่อไปนี้ เจเน็ต ปาร์โด ประธานบริหารฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ของคลีนิกข์ มีคำแนะนำมาฝาก

เครื่องสำอางมีวันหมดอายุ

เจ เน็ต บอกว่าเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวก็มีวันหมดอายุได้เหมือนกัน แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าควรทิ้งอะไรเมื่อไหร่ ผู้เชี่ยวชาญของคลีนิกข์จะขอยกตัวอย่างและวิธีง่ายๆ เพื่อที่จะดูว่าอายแชโดว์หลอดนั้นควรลงถังขยะไปได้หรือยัง ด้วยขั้นตอนแรก คือ

เครื่องสำอาง, กระเป๋าเครื่องสำอาง
ตรวจสอบของที่มีอยู่ทั้งหมด : ตั้งแต่ สีปัดแก้ม ดินสอเขียนขอบตา จนถึงลิปกลอส เครื่องสำอางทุกตัวมีอายุการใช้งานของมัน การได้ทราบว่าคุณเก็บมันไว้นานเท่าไหร่แล้วจะเป็นประโยชน์อย่างมาก แต่ถ้าคุณมีลิปสติกและครีมรองพื้นอยู่เป็นกองล่ะ คุณจะเริ่มที่จุดไหนก่อนดี? วิธีตัดใจง่ายๆ คือ “ลองสำรวจของที่คุณมีทั้งหมด ไม่ว่าคุณจะชอบสีหรือผลิตภัณฑ์ใดมากแค่ไหน แต่ทุกอย่างมันไม่ยั่งยืนในความเป็นจริง การที่รู้ว่าเมื่อไหร่ควรจะทิ้งมันได้แล้วจะช่วยให้ผิวคุณมีสุขภาพดีได้ เพราะถึงแม้คุณจะดูแลผิวดีแค่ไหน แต่ถ้าคุณยังคงใช้เครื่องสำอางเก่าๆ ทุกวัน ผิวของคุณก็มีโอกาสในการติดเชื้อแบคทีเรียซึ่งจะนำไปสู่การเกิดสิวและการ ระคายเคืองได้” เจเน็ต บอกและยังแนะถึงอายุการใช้งานของแต่ละผลิตภัณฑ์ไว้อย่างละเอียด ซึ่งมีกฎข้อแรกๆ คือ ถ้าผลิตภัณฑ์เริ่มมีกลิ่นหืน แยกตัว แตกตัว หรือเปลี่ยนสี ก็ถึงเวลาที่มันจะลงไปอยู่ในถังขยะได้แล้ว

• ครีมรองพื้นแบบเหลว มี 2 ชนิด คือ ชนิดที่มีส่วนประกอบหลักเป็นน้ำ (Water-Based) และน้ำมัน (Oil-Based) ซึ่งรองพื้นแบบนี้จะมีอายุประมาณ 12 และ 18 เดือน ตามลำดับ หลังจากเปิดใช้งาน

• คอนซีลเลอร์ สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 12 เดือน แต่ถ้ามันเริ่มจับตัวเป็นก้อนเวลาทาลงบนผิว ก็ควรจะทิ้งไปได้เลย

• แป้งฝุ่น มี อายุประมาณ 2 ปี ส่วนแป้งอัดแข็งโดยปกติจะเก็บไว้ได้ประมาณ 1 ปี เนื่องจากน้ำมันบนฟองน้ำจะทำให้ผลิตภัณฑ์เสียเร็วขึ้นถ้าไม่หมั่นทำความ สะอาด เพื่อเก็บรักษาให้ได้นานขึ้นจึงควรจะเก็บแผ่นพลาสติกที่รองกั้นระหว่างแป้ง กับฟองน้ำเอาไว้ตลอดเวลา

• อายแชโดว์ สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 3 ปี และถ้ามันเริ่มมีรอยแตกเมื่อไหร่ คุณก็ควรจะซื้ออายแชโดว์ใหม่ให้ตัวคุณเองได้แล้ว

• อายไลเนอร์ มีอายุ 3 ปีเช่นกัน แต่ให้แน่ใจว่าคุณได้เหลามันบ่อยๆ ถ้ามันแห้งหรือเขียนไม่ติดบนตาคุณแล้วละก็ ทิ้งมันไปซะ

• มาสคารา มีอายุการใช้งาน 4 เดือน ถ้าคุณใช้มันนานกว่านั้น มันจะแห้งและจับตัวเป็นก้อน และควรหลีกเลี่ยงการติดเชื้อโดยไม่ใช้มาสคาราร่วมกับผู้อื่น

• ลิปสติก อยู่ได้นาน 1-2 ปี วิธีสังเกตที่ง่ายที่สุดคือ ลองดมกลิ่นดู และควรจะทิ้งหากกลิ่นของมันเปลี่ยนไปจากเดิม

• ยาทาเล็บ เก็บได้นาน 12 เดือน ถ้าเก็บรักษาอย่างถูกวิธี และเมื่อมันเริ่มแยกตัวและทำให้เล็บคุณมีสีเหลือง ก็ถึงเวลาบอกลามันได้แล้ว

• แปรงแต่งหน้า คุณภาพ ดีๆ ไม่มีวันหมดอายุถ้าคุณทำความสะอาดอย่างดีด้วย Brush Cleanser สูตรอ่อนโยน และปล่อยให้แห้ง ซึ่งควรจะทำทุก 2-3 สัปดาห์ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของคุณด้วย สำหรับผิวที่มีความมันมากก็ควรจะทำความสะอาดให้บ่อยขึ้น อาจเป็นสัปดาห์ละครั้งก็ได้


เครื่องสำอาง, กระเป๋าเครื่องสำอาง
หาเครื่องสำอางใหม่ทดแทน

เมื่อ ทิ้งเครื่องสำอางที่หมดอายุลงถังขยะแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะไปหาเครื่องสำอางใหม่มาทดแทนแล้ว ต่อไปนี้คือเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ สำหรับของในกระเป๋าเครื่องสำอางที่คุณจะขาดไม่ได้

ค้นหาครีมรองพื้น : ลอง หยิบครีมรองพื้นกับคอนซีลเลอร์ของคุณออกมาสิ (ยอมรับเสียเถอะว่าคุณมีมากกว่า 1 หรือ 2 ชิ้น) และดูว่าโทนสีของมันเข้ากับสีผิวของคุณจริงๆ รึเปล่า อย่าเก็บรองพื้นไว้เผื่อเวลาที่คุณจะมีสีผิวเข้มขึ้นหรือจางลงอีกเลย ลองหาตัวที่เหมาะกับสภาพผิวและเข้ากับสีผิวของคุณในปัจจุบันดีกว่า โดยเลือกสีกลางๆ เข้าไว้

อายไลเนอร์ : สีที่ควร มีติดกระเป๋าเครื่องสำอาง ได้แก่ สีดำ เทาดำ และน้ำตาล ดูดีกับผู้หญิงทุกคน เก็บพวกสีแฟชั่นไว้ให้น้อยที่สุด และซื้อไว้สักชิ้นก็พอ อย่าลืมอายแชโดว์สีกลางๆ อย่างสีเบจ มอคคา สีชมพูอ่อน และสีเทา เป็นสีที่ใช้แต่งได้ทุกวัน แต่ถ้าคุณอยากเผยอีกด้านของตัวคุณละก็ ควรจะหาซื้อสีสันที่เข้ากับฤดูกาลไว้สักหน่อย

เปลี่ยนลิปสติกแท่งใหม่ : โยน ลิปกลอสที่หัวแปรงหลุดลุ่ยและเก่าเต็มทีทิ้งไปได้แล้ว หรือถ้าคุณต้องพยายามกวาดลิปสติกที่ติดก้นปลอกอยู่ละก็ คงจะถึงเวลาที่คุณต้องลงทุนซื้อลิปสติกใหม่แล้วล่ะ ลองเลือกซื้อสัก 2 สี สีที่ใช้ง่ายดูเป็นธรรมชาติสำหรับกลางวัน และอีกสีสันสนุกๆ สำหรับเวลากลางคืน ผู้เชี่ยวชาญของคลีนิกข์สามารถช่วยคุณเลือกสีที่เข้ากับผิวของคุณได้ และถ้าจะให้ดีลงทุนซื้อลิปสติกสีโปรดของคุณสัก 2 แท่ง โดยเก็บแท่งหนึ่งไว้ใช้ที่บ้าน และอีกแท่งสำหรับพกพา


ใช้เครื่องสำอางอย่างปลอดภัย
เจเน็ต ปาร์โด
เจ เน็ต ปาร์โด ประธานบริหารฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ของคลีนิกข์ ให้คำแนะนำการใช้เครื่องสำอางอย่างปลอดภัย ด้วยวิธีปฏิบัติตัวอย่างง่ายๆ บวกกับการใช้วิจารณญาณของคุณเองในการเก็บรักษาเมกอัพ และครีมบำรุงผิวให้คงประสิทธิภาพและปลอดภัยในการใช้

• อย่าใช้เครื่องสำอางร่วมกัน แม้แต่กับเพื่อนที่สนิทที่สุดของคุณ

• ใช้อุปกรณ์แบบใช้แล้วทิ้ง หรือ สำลีก้านทุกครั้งเมื่อลองผลิตภัณฑ์ตัวอย่างที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอาง และขอให้พนักงานขายทำความสะอาดบริเวณฝาเปิดทุกครั้งก่อนที่จะลองบนผิวของคุณ

• อย่าเติมของเหลวใดๆ ลงในผลิตภัณฑ์เพื่อทำให้มันกลับสู่สภาพเดิม เพราะการเติมอะไรลงไปอาจเป็นสาเหตุของการแพร่เชื้อแบคทีเรียได้

• ถึงแม้จะไม่เห็นความผิดปกติอย่างชัดเจน ก็ควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์นั้นทันทีหากเกิดอาการระคายเคืองหรือปฏิกิริยาแพ้ และรีบไปพบแพทย์ทันที

• ถ้าคุณมีอาการติดเชื้อที่ตา ให้โยนผลิตภัณฑ์สำหรับแต่งตาทุกชนิดทิ้งทันทีที่เกิดอาการ

• เก็บเครื่องสำอางให้พ้นแสงแดด แสงไฟ และความร้อน ปัจจัยที่จะลดประสิทธิภาพของสารกันเสียในผลิตภัณฑ์ ควรเก็บในที่เย็นและแห้ง

• ปิดฝาผลิตภัณฑ์ให้สนิท และเก็บในที่ปลอดฝุ่นทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน

5 ที่สุดของโทรศัพท์มือถือรอบปี (2008)

สวัสดีปีใหม่ 2552 อย่างเป็นทางการครับ . . . สิ่งใดที่ไม่ดีในปีเก่าก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของอดีตไป อย่านำมาคิดให้กังวลใจเลยครับ ปีใหม่นี้มาเริ่มต้นทำในสิ่งดีๆกันใหม่ดีกว่า ซึ่งวันนี้ทาง"ผู้จัดการไซเบอร์" ขอหยิบ 5 สิ่งที่สุดของโทรศัพท์มือถือในรอบปี (2008) มาให้ชมกันแบบขำขำรับศักราชใหม่ ว่าแล้วไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรกันบ้าง

ฟังก์ชันการใช้งานครบและคุ้มที่สุด

ในกระบวนพีดีเอโฟนระดับหมื่นต้นๆ ไม่มีรุ่นไหนที่ใช้โปรเซสเซอร์ความเร็ว 400 MHz ยกเว้น "sense 80" ของบริษัท สามารถ โมบาย เซอร์วิสเซส จำกัด ที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งรันบน Windows Mobile 6.1 มี GPS พร้อมแผนที่และระบบนำทางด้วยเสียงภาษาไทย การเชื่อมต่อครบครันทั้ง Wi-Fi 802.11 b/g, EDGE, GPRS, Bluetooth มีวิทยุให้ฟัง มีกล้อง 2 ล้านพิกเซลไว้ใช้ถ่ายรูปและวีดีโอ รองรับไฟล์มัลติมีเดียเกือบทุกชนิด มีการ์ด Micro SD 2 GB มาให้ พ่วงด้วยคอนเทนต์ต่างๆ มากมาย เรียกได้ว่าฟังก์ชันที่ให้มาครบครันในราคาที่สามารถจับต้องได้ไ ม่ยาก ทีมงานจึงยกให้ "Sense 80" เป็นโทรศัพท์มือถือฟังก์ชันการใช้งานครบและคุ้มที่สุด

กล้องความละเอียดสูงที่สุด


ต่อมาเป็นเรื่องที่ทุกคนใช้พินิจพิจารณารองลงมาเมื่อต้องการเลื อกจับจองโทรศัพท์มือถือมาเป็นเจ้าของสักเครื่องหนึ่ง นั่นคือเรื่องของกล้องถ่ายภาพ ซึงทีมงานยกให้ "Sony Ericsson รุ่น C905" เป็นโทรศัพท์มือถือที่พกความความละเอียดของกล้องติดตัวมามากที่ สุด โดยมีความละเอียดที่ระดับ 8.1 ล้านพิกเซล เฉือนคู่แข่งอย่าง "Samsung GT-i8510 InnoV8" (InnoV8) ที่ออกมาก่อนหน้าไม่นานนักอย่างเฉียดฉิว ซึ่งความละเอียดกล้องของ "InnoV8" นั้นอยู่ที่ระดับ 8 ล้านพิกเซล


เสียงดีที่สุด


คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเจ้าแห่งเสียงเพลงที่ครองใจคนทั่วโลกตั้งแต่เ ริ่มปรากฏโฉมครั้งแรก จนถึง ณ เวลานี้ก็ยังไม่มีใครสามารถเกทับหรือล้มเครื่องเล่นเพลงอย่างไอ พ็อดลงได้ แต่การนำไอพอดมาย่อใส่ลงใน "iPhone 3G" แม้คุณภาพของเสียงจะลดลง แต่ก็ทำให้โทรศัพท์มือถือตัวนี้ดูเด่นขึ้น โดยเฉพาะด้านมัลติมิเดีย ทีมงานจึงยก "iPhone 3G" ให้เป็นโทรศัพท์มือถือที่มีเสียงและระบบมัลติมีเดียที่ดีที่สุด ในปี 2008

หน้าจอใหญ่ที่สุด



ขึ้นชื่อว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่สั่งงานผ่านทางหน้าจอ (Touch Screen) แล้ว สิ่งที่ถือว่าเป็นหัวใจหลักคงหนีไม่พ้นเรื่องหน้าจอ ซึ่งโดยปกติขนาดของหน้าจอจะเริ่มต้นที่ 2.8 นิ้ว 240x320 พิกเซล แบบ QVGA หรือ 480x640 พิกเซล VGA แต่ที่ทางทีมงานจะยกให้เป็นโทรศัพท์มือถือที่มีหน้าจอที่ใหญ่ที ่สุด เห็นจะเป็นโทรศัพท์มือถือระดับไฮ-เอนด์ ของ เอชทีซีรุ่น "Touch HD" ที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 3.8 นิ้ว 480x800 พิกเซล แบบ WVGA ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้ไปโดยปริยาย

แบตฯอึดที่สุด


ขึ้นชื่อว่าเป็นโทรศัพท์มือถือแบรนด์ฟิลิปส์แล้ว หากพูดถึงเรื่องการใช้งานของแบตเตอรี่ เชื่อว่าผู้ที่เคยลองใช้งานมาต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าแบตฯข องฟิลิปส์อึดที่สุด ซึ่งรุ่นที่ทางทีมงานยกขึ้นมาเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตั วไปไม่นานนี้เอง คือรุ่น "Xenium 9@9q" โดยข้อมูลของทางฟิลิปส์ได้ให้รายละเอียดไว้ว่า โทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ใช้แบตเตอรี่แบบ Li-on 890 mAh การันตีเวลาในการสแตนบายนานสูงสุดถึง 1 เดือน สามารถเล่นเพลงได้นาน 22 ชั่วโมง และสนทนาต่อเนื่องสูงสุด 8 ชั่วโมง

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับ 5 ที่สุดของโทรศัพท์มือถือที่ทีมงานได้ยกมาให้ชมกัน ขอย้ำนะครับขอให้อ่านขำขำอย่าซีเรียสครับ ถ้าขำไม่ออกก็ขอให้ยิ้มสู้เข้าไว้ครับ :) สุดท้ายขอเตือนแฟนไซเบอร์ บิซสักนิดว่า ขอให้เที่ยวกันแบบออมแรง เก็บแรงไว้สำหรับการกลับมาเริ่มต้นทำงานหลังปีใหม่ด้วยนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าทีมงานไม่เตือนนะจะบอกให้

ที่มา : http://www.manager.co.th/cyberbiz/viewNews.aspx?NewsID=95100 00153032

วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2552

15 สิ่งใหม่ที่ช่วยให้ดูดี

เรื่อง : ประณม ถาวรเวช สถาบันพัฒนาบุคลิกภาพจอห์น โรเบิร์ต พาวเวอร์

มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ประกอบเข้าด้วยกัน แล้วนำไปสู่ความดูดีของคนคนหนึ่งใกล้จะปีใหม่เต็มที อยากให้ทุกคนได้มีแนวทางเริ่มต้นสิ่งที่ดีๆ เพื่อความสุขและความสมบูรณ์ในชีวิต เรียกอย่างผิวเผินก็ต้องบอกว่า สิ่งที่จะแนะนำต่อไปนี้ จะนำความดูดีมาสู่ตัวคุณ



1.ความคิด

เป็นรากฐานสำคัญของความเป็นคนคนหนึ่ง บุคลิกภาพงอกงามออกมาจากความคิดค่ะ เช่น คิดว่าจะอยู่แบบพอเพียงเรียบง่าย เขาก็จะแสดงออกผ่านการแต่งกาย การซื้อข้าวซื้อของ เครื่องประดับ บ้านช่องห้องหับ และวิถีชีวิตแบบพอเพียง แต่ถ้าคิดอยากเด่นอยากดัง ก็จะต้องแต่งเนื้อแต่งตัวอีกแบบหนึ่ง พาตัวเองไปอยู่ในวงสังคมอีกแบบหนึ่ง ใช้ชีวิตอีกแบบหนึ่ง ซึ่งต้องชัดเจนในตัวเองเสียก่อน ว่าเรามีความคิดแบบใด คำแนะนำของดิฉันก็คือ “นกน้อยทำรังแต่พอตัว” จึงต้องมองเห็นตัวเองแล้วกำหนดความคิดว่า เราควรจะมีชีวิตและดำเนินชีวิตแบบใด

2.เสื้อผ้า

ก่อนที่เสื้อผ้าจะช่วยเสริมความดูดี คนคนนั้นต้องมีรูปร่างที่ดีเสียก่อน ดังนั้นต้องดูแลรูปร่างให้กระชับ สมส่วน จากนั้นจึงหาเสื้อผ้าที่ส่งเสริมรูปร่างและผิวพรรณมาสวมใส่ ช่วยให้ดูสดใส สวยงามสมวัย แม้รูปร่างไม่เพอร์เฟกต์ แต่เสื้อผ้าก็ช่วยลดจุดด้อยในตัวได้ เช่น ปิดบังสะโพกที่ใหญ่เกินไป แก้ไขเรื่องเอวที่ไม่มี ก้นที่แบน ขาที่ใหญ่ แขนที่อวบ คอที่สั้นหรือยาว ฯลฯ โดยเลือกแบบและลวดลายที่เหมาะสม คือไม่เน้นส่วนด้อย ให้ยิ่งโดดเด่น เช่น ไม่สวมกางเกงหรือกระโปรงรัดรูปจนบั้นท้ายมหึมายิ่งตำตาผู้คน ไม่สวมกางเกงหรือกระโปรงสั้น จนขาติดมันของคุณเป็นที่หัวเราะ

3.ทรงผม

เลือกทรงผมที่ส่งเสริมความโดดเด่นของใบหน้า และแก้ปัญหาส่วนด้อยไปด้วย เช่น หน้าผากกว้าง กรามใหญ่ ตาเล็ก คางสั้น ฯลฯ ขณะเดียวกันทรงผมก็ควรทันสมัย เสริมบุคลิกให้โดดเด่น น่ามอง และน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

4.เครื่องประดับ

อย่าให้รกรุงรัง จนดูเหมือนหุ่นตั้งเครื่องประดับในร้าน เลือกเครื่องประดับที่ทันสมัย แบบจะหวือหวาหรือเรียบง่ายก็ดูจากชุดที่สวมใส่ สถานที่ และงานที่เรากำลังจะไป

5.กระเป๋า

รวมหมดทั้งกระเป๋าถือ กระเป๋าหนีบ กระเป๋าหิ้ว กระเป๋าสะพาย และเป้ ทุกชนิดที่ว่านี้ช่วยให้ดูดีก็ได้ ช่วยให้ดูแย่ก็ได้ หลักคิดง่ายๆ ในการเลือกกระเป๋าก็คือ กะทัดรัด ไม่พะรุงพะรัง ง่ายต่อการถือและดูแล ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหว และกลมกลืนกับเสื้อผ้าที่สวมใส่

6.รองเท้า

เลือกรองเท้าที่เมื่อสวมใส่แล้ว ส่งเสริมให้รูปร่างดูสูงโปร่งขึ้น เข้ากับชุดที่ใส่ และเคลื่อนไหวได้สะดวก สวยงามสุภาพ เหมาะกับกาลเทศะ

7.รอยยิ้ม

เป็นเสน่ห์ที่ไม่ต้องลงทุนซื้อหา ใครที่มีรอยยิ้มประดับใบหน้า บ่งบอกว่ามีความเป็นมิตร เป็นคนอารมณ์แจ่มใส ผิดกับคนหน้าตาบูดบึ้งหรือเฉยชา ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ เพราะไม่ชวนให้รู้สึกวางใจหรือประทับใจ จึงไม่อยากคบค้าหรือติดต่อประสานงานด้วย

8.คำพูด

พูดจาด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร เต็มใจพูด แจ่มใส จะทำให้คนที่เราพูดด้วยรู้สึกดี และสะท้อนความดูดีของตัวเราเอง ทุกครั้งที่พูดจงเต็มใจพูด พูดให้ไพเราะ สุภาพ น่าฟัง มีสาระ ใช้ถ้อยคำที่เข้าใจง่าย และให้เกียรติแก่ผู้ฟังด้วย

9.จิตใจ

จิตใจที่ดีจะเป็นความดูดีที่ถาวรและเป็นเสน่ห์ที่ยั่งยืนมาก เราทุกคนอยากรู้จักคบหากับคนที่จิตใจดี จิตใจที่ดีต้องมองโลกในแง่ดี มองคนในแง่ดี และมีทัศนคติที่ดีต่อชีวิต มีความหวัง รู้จักให้ รู้จักแบ่งปัน มีคุณธรรมนำทาง ไม่ออกนอกลู่นอกทาง ไม่เอารัดเอาเปรียบใคร ไม่ให้ร้าย และไม่คิดร้ายกับใครทั้งสิ้น

10.นิสัยส่วนตัว

ต้องไม่จู้จี้จุกจิก ไม่ขี้บ่น ไม่ขี้เหนียว ไม่ดุ ไม่พูดจาหยาบคาย ไม่อิจฉาริษยา ฯลฯ คนเราทุกคนรู้ดีว่าอะไรคืออุปนิสัยที่ดี อะไรเป็นนิสัยแย่ๆ ฉะนั้นเลือกที่จะรักษานิสัยดีๆ เอาไว้ แล้วแก้ไขนิสัยที่แย่ออกไป

11.มนุษยสัมพันธ์

คุณจะดูดีอยู่คนเดียวไปทำไม คนเราควรจะดูดีอยู่เสมอน่ะใช่ แต่วาระที่ควรจะดูดีที่สุดคือเวลาที่อยู่ท่ามกลางผู้คน แต่งตัวสวย แต่งกายเหมาะสม เสื้อผ้า หน้า ผม เลิศมาก แต่นิสัยแย่ ก็ไม่มีใครนิยมชมชอบหรอกค่ะ ฉะนั้น ต้องมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี คือรู้จักเจรจาพาที มีใจเปิดกว้าง รับฟังคนอื่น และมีความเป็นเพื่อนที่พร้อมจะมอบให้แก่ทุกๆ คนได้

12.แผนงาน

แผนงานช่วยให้คุณดูดีได้อย่างไร ดูดีเพราะคุณมีความพร้อมและตื่นตัวอยู่เสมอไงล่ะ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม คุณมักจะมีระบบระเบียบและเตรียมงานได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทำให้งานเดินเร็ว มีการกระจายงานอย่างเป็นระบบและทั่วถึง ไม่ตกหนักอยู่กับใครคนใดคนหนึ่ง หรือหากเป็นงานที่คุณรับทำ คุณก็จะมีขั้นมีตอนของการลงมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

13.สุขภาพ

สุขภาพเป็นรากฐานของความดูดี เพราะสุขภาพที่ดีช่วยให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ความคิดโลดแล่น และมีกำลังที่จะทำการทำงานให้เต็มประสิทธิภาพได้ ผิวพรรณก็สดใสเปล่งปลั่ง อารมณ์ก็แจ่มใส สุขภาพที่ดีช่วยให้ทั้งรูปกายภายนอกและอารมณ์กับความคิดข้างใน แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มเปี่ยม

14.บุญ

ทำบุญให้เยอะๆ แล้วจะดูดีขึ้น บางคนเชื่ออย่างนั้น ที่จริงบุญเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ได้ทำ ทำแล้วอิ่มเอิบหัวใจ ไม่ใช่จะมาคิดคำนวณกันเป็นระบบบัญชีหรอกค่ะ คนที่ทำบุญบ่อยๆ เขาจะค้นพบเองว่าความสุขที่เกิดจากการให้ การทำ หรือการสละนั้น สุขยิ่งกว่าสิ่งใดๆ ช่วยให้ใจของเขาปีติ ไม่ห่วงกังวลเพราะไม่ยึดติดกับสิ่งของสมบัติ คนเรานี้ พอใจสบาย ร่างกายก็ผ่องใสตามไปด้วย และบุญคือการทำความดี ทำแล้วก็มีคนยกย่อง ดังนั้น ทำบุญกันให้มากๆ ขึ้นนะคะ

15.กรรม

ทำบุญแล้วก็ยังไม่พอ ขอให้ลดการทำกรรมด้วย ไม่ว่าจะเป็นกายกรรม มโนกรรม หรือวจีกรรม ล้วนแต่จะนำความเดือดเนื้อร้อนใจมาให้ทั้งสิ้น ฉะนั้น ขอให้คิดดีทำดี คิดดีๆ ก่อนพูด แล้วพูดออกไปดีๆ คิดดีๆ ก่อนทำ แล้วทำแต่สิ่งที่ดี ที่จะยังประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นและตัวเราเอง ประโยชน์ผู้อื่นมาก่อน ประโยชน์ตัวเองตามมา เขาจะถือว่าเป็นคนเสียสละ โลกจะยกย่องสรรเสริญ

ทั้ง15 ประการที่แนะนำมานี้ จะเห็นได้ว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ เป็นเรื่องใกล้ตัว และเป็นเรื่องที่เหมาะควรแก่การพิจารณา นำมาประพฤติปฏิบัติ ใครปฏิบัติได้ จะมีความสุขใจ และความสำเร็จมากมายจะเดินทางมาหาที่จะเห็นผลชัดๆ ก็คือ ความดูดีที่จะปรากฏ และคนรอบข้างจะเอ่ยปากทักคุณในความดูดีที่เพิ่มเติมขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์นี้!!